มาสนุกสนานด้วยกันในช่วงเวลาที่วิเศษของ งานแต่งงาน ของ นาย โอเลี้ยง กับ นางสาวนมเย็น กับสติกเกอร์สุดน่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง ถ่ายทอดความรู้สึก ของคุณ ด้วยรูปน่ารักๆ
มาโหลดไปใช้กันเลย ที่ http://line.me/S/sticker/1175617
 
หรือหาจากชื่อ CHAROCHAI ในไลน์ก็ได้นะคร๊าบ
แต่งงาน โอเลีั้ยง และ นมเย็น
สองคู่รักสุดป่วนโอเลี้ยง กับนมเย็น มารัก มาโรแมนติก มาก๊วน ให้คุณฮาบน Line แล้วตามเข้าไปโหลดกันได้เลยนะที่ line.me/S/sticker/1171771
หรือหาจากชื่อ CHAROCHAI ก็ได้เหมือนกัน
 
line.me/S/sticker/1171771
ขอบคุณทุกคนครับ

การโพส รีวิว Surface Pro 3 เมื่อ เดือน 1 http://mika-chai.exteen.com/20150121/surface-pro3 ก็ใช้ Surface มาหลายเดือนอยู่ จนมันจะออกตัวใหม่มาแล้วเนี่ย Surface 3. ทำให้วันนี้อยากมาเขียนเรื่องปากกาของ Surface แบบจริงๆจังๆ เป็นข้อมูลให้ตัดสินใจกันกับปากกาเจ้าปัญหาตัวนี้.   ไม่พูดมาก เข้าประเด็นเลย  

ขนาดปากกา

ขนาดนั้นเล็กกว่า ของ Wacom อยู่พอควร ถึงขนาดปากกาจะเท่ากับปากกาทั่วไป แต่สำหรับคนวาดรูป น่าจะชอบของ Wacom มากกว่า เพราะเหมาะมือกว่า แต่ทั้งนี้ การจับการใช้ก็ถือว่าสบายกว่า ปากกา ทั่วไปแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรต้องให้กังวล.  

ความแข็งของปุ่ม

Surface pen โคตรแข็งเลยครับ ถ้าเทียบกับ Wacom กว่าจะกดแต่ละทีต้องเกร็งอยู่พอดู และปุ่มเล็กมากด้วย ทำให้กดลำบากอยู่บ้าง คนที่ใช้ปุ่มบนปากกาบ่อยๆก็ได้บ่นกันล่ะงานนี้  

ความแม่นยำ

ตัวนี้แหละที่คนอยากรู้กันมากมายนัก จากรูปเลย ตำแหน่งของเคอเซอร์ปากกา ใน Surface pen จะไม่ได้อยู่ที่ปลายใส้ปากกา แต่ของวาค่อมจะอยู่ที่ปลายปากกาจริงๆ เพราะงั้นเวลาวาดหรือเขียน Surface pen จะไม่แม่นเท่า Wacom เวลาวาดรูปก็จะวาดยากนิดหน่อย แต่ฝึกให้ชินไม่ยากมาก.  

ใส้ปากกา

ปากกาของ Surface เปลี่ยนใส้ได้เหมือนกับของ Wacom แต่เอามาใช้แทนกันไม่ได้นะ ใส้มันคนละแบบกันเลย ลองแล้ว. และการหาใส้ปากกามาใช้คิดว่าน่าจะยากพอดู ไม่เหมือนของ Wacom ที่มีหลายแบบและหาซื้อง่ายกว่ามาก   การตั้งค่า ปรับค่าของปากกา อันนี้เชียร์ Wacom 100% ด้วยความอิสระในการปรับแต่งปากกา

ใช้งานง่ายกว่าและเร็วกว่าเยอะ   ส่วนชอง Surface ต้องลง Surface Hub และปรับเปลี่ยน ใน App ก่อนเข้าโปรแกรม

ซึ่งมันก็ปรับแต่งอะไรไม่ได้มากมายนัก โดยรวมมันก็ช่วยได้นิดหน่อยเอง  

ถ่าน

ตัวปากกาของเซอเฟส3 ใช้ถ่าน AAAA ซึ่งจะหาซื้อยากหน่อย ยี่ห้อที่ผมเจอคือยี่ห้อ Energizer E96 ต้องไปแผนกเครื่องไฟฟ้าตามห้าง เซเว่น หรือ โลตัส จะหาไม่ได้ ก็ลำบากนิดนึง  

แต่ของวาค่อมไม่มีถ่านนนะ เพระาไม่ต้องใช้  

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จากที่ว่ามาก็จะได้ประมาณนี้  

Surface Pen ข้อดี

  • เล็ก น้ำหนักกำลังดี
  • วัสดุทนทานแข็งแรง
  • ปากกาไม้เกิดคราบมันเวลาใช้นานๆแบบ Wacom
  • เขียนใหลลื่นบนหน้าจอ Surface Pro 3

ข้อเสีย

  • ต้องเปลี่ยนถ่านที่ปากกาบ้าง
  • จับวาดรูปไม่ถนัดเท่าปากกาของ Wacom
  • ปุ่มใช้งานแข็ง แต่ถ้าไม่ค่อยได้ใช้ก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
  • การเชื่อมต่อปากกาหลุดบ่อยเวลาเปิดปิดเครื่อง แก้ง่ายๆโดยการ ถอดถ่านแล้วใส่ใหม่
  • การตั้งค่าปากกาทำได้น้อยกว่า Wacom
  • ความแม่นยำน้อยกว่า Wacom
  • ใส้ปากกาเปลี่ยนได้แต่หายาก
  • ถ่าน AAAA หาซื้อยาก ถึงยากมาก

 

สรุป


ถ้าพูดถึงแค่เรื่องปากกาแทบจะสู้ปากกาของ Wacom ไม่ได้เลย แต่ถึงแบบนั้นตัวปากกาก็ยังใช้วาดรูปบนเครื่อง บนหน้าจอได้สบายๆ. แต่ถ้าพูดถึงเครื่อง Surface Pro ด้วย ต้องบอกว่าเครื่องเปลี่ยนชีวิตในการทำงานเลยก็ได้ล่ะ เสียอย่างเดียวที่เรื่องตัวปากกาน่าจะดีกว่านี้หน่อย เครื่องก็ไม่ได้ถูกๆนา Microsoft.

 

ท้ายนี้


ใครใคร่ซื้อ ซื้อ ใครใคร่ใช้ ใช้ กันเลย สำหรับผมถึงแม้ปากกา Surface มันจะไม่ได้ประทับใจมากเท่าใหร่ อาจเป็นเพราะได้จับ ได้ใช้ของที่มันสุดยอดไปแล้ว แต่เรื่องตัวเครื่อง เรื่องการใช้งานมันสุดยอดมากจนทำให้ชดเชยเรื่องของปากกาไปได้เยอะอยู่มาก.

 

หากต้องการถามอะไรก็คอมเม้นท์ใว้นะ

ART BLOCK

อะไรคือ อาร์ตบล๊อค 

อาร์ตบล๊อค คือ อาการวาดไม่ออก หรือ ไม่มีไอเดียในการวาดและออกแบบ ที่คนเรียกกันว่า ไอเดียตีบตัน หรือ ช่วงจิตตก ซึ่งจะเกิดได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งนี้สาเหตุส่วนนึงมาจากผลกระทบจากจิตใจของเจ้าตัวเอง ไม่ว่ามาจาก การทำงาน, ประสบพบเจอเหตุการณ์แย่ๆ หรือ ไม่สบายเรื้อรัง จนทำให้ไม่มีใจจะวาด หรือ ทำให้ไอเดียตัน. แต่ทั้งนี้เท่าที่เจอคนที่เป็น อาร์ตบล๊อค มากๆ ส่วนนึงก็มาจาก การล้มเหลวติดๆกันมากๆ ทำให้ความรู้สึก Fail จนไร้ซึ่งกำลังใจ.

ความรุนแรง 

แล้วแต่ประสบการ์ณของแต่ละคนที่เจอมา ระยะเวลามีทั้ง 1 สัปดาร์ ไปจนถึง 1 ปีเลยทีเดียว ในบางคนจะแย่มากกว่านั้น จนอาจจะถึงขั้นเลิกวาด ไม่อยากจับ ปากกา จนเลิกไปเลยก็มี

การรักษา 

อาการนี้ขึ้นอยู่กับจิตใจเป็นสำคัญ เพราะงั้นการรักษาก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั่นเองแต่ยังพอมีสิ่งที่ทำเพื่อเยียวยาอาการ ถึงขั้นหาย ได้อยู่. คือการ รีเฟรต อารมณ์ นั่นเอง. ทั้งนี้โรคนี้ไม่อาจจะหายขาดได้จึงต้องเยียวยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ. ทั้งนี้วิธีการรักษาต่อไปนี้ผมได้ศึกษามาส่วนนึงเขียนเองอีกส่วนนึง เพราะงั้น หลายๆอย่างอาจจะไม่เหมือนคนอื่นเค้า แต่ผมลองมากับตัวมันช่วยได้เลยอยากมาบอกๆกัน.

 

1.ไปเที่ยวกับเพื่อนที่เป็นกลุ่มเดียวกันชอบเหมือนกัน – การทำแบบนี้เราได้เปลี่ยนทัศนคติและมุมมองต่างๆ ทั้งนี้ยังได้เฮฮาตามเพื่อนๆที่มีความชอบเดียวกันคุยเรื่องเดียวกัน และได้อวดผลงานในกลุ่ม อีกด้วย ดังที่ว่า “จะพัฒนาได้ต้องมีคู่แข่ง” ซึ่งมันช่วยครายเครียดไปได้เยอะเลยล่ะ แต่อย่าติดเที่ยวจนลืมทำงานไปซะล่ะ.

2.ไปงานอีเว่นที่ชอบ – อย่าเขิลอายหรือหมกตัวอยู่กับบ้านเลย ออกไปงานการ์ตูน งานโมเดล หรืองานอีเว่น อะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ ไปพูดคุย พบปะคนใหม่ๆ เห็นงานใหม่ๆ ก็จะทำให้เราได้ประสบการ์ณที่ สดใหม่ ไม่หมกมุ่นกับอดีต. มันจะทำให้ร่างกายตื่นเต้นตามงานตามความชอบ จนไฟทำงาน กลับมานั่นเองแหละ

3. เลิกเล่น SOCIAL NETWORK – ในยุคนี้ โซเชียลเน็ตเวิค มันอลังการงานสร้างกว่ายุคก่อนมากๆ ไปใหมมาใหนก็โซเชียล มีข้อดีคือทำให้เราติดตามข่าวสารต่างๆไำด้ไวและรวดเร็ว เห็นงานของคนเก่งๆเยอะมากๆ แต่รู้ัมั้ยว่านั่นแหละ ดาบ 2 คม เพราะว่า เป็นการสะกดจิตไม่รู้ตัว เพราะคนเราชอบการเปรียบเทียบมากๆ อย่างเช่น เวลาเราเห็นงานคนเก่งๆ เราก็ชอบคิดว่า ทำไมเราไม่เก่งแบบนั้น แบบนี้ จนสุดท้าย ก็ไม่วาดและ ยังไงก็สู้คนเก่งไม่ได้ เป็นต้น. นอกจากนี้ยังทำให้เราเสียเวลาต่อวันกับหน้าจอคอมมากไปจนไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลยด้วย ไม่เชื่อลองนับชั่วโมงที่เล่นดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่า เสียเวลาในชีวิตมากไปแล้วนะ นายน่ะ.

4.อวดงานแต่อย่างหวัง FEEDBACK – ช่างแม่งเถอะ เคยพูดกันมั้ยคำนี้ ความหมายก็ตามนั้นเลยครับ คือเราโพสผลงานเราลงเวปหรืออินเตอร์เน็ตแล้วเราก็ - ช่าง – มัน – เถอะ – เอาใจปล่อยใจออกจากงานไปเลยไม่ต้องมาสนใจ แล้วเราก็จะไม่แคร์ว่าคนว่าเราอย่างไร Like ขนาดใหน เพราะ เราวาด เราทำ อยางมีความสุขจะสนทำไม. อย่าไปควาดหวังอะไรกับมันเลย.

5.ไม่ดู FEEDBACK งานเก่าจนกว่าจะลงงานใหม่ – ข้อนี้อาจจะขัดกับข้อ 4 แต่หากทำข้อ 4 ได้แล้วข้อนี้จะน่าตื่นเต้นมากๆ (ขนาดพิมพ์ยังตื่นเต้นเลย) คือ เราจะดูผลตอบรับงานเก่า หรือเปิดเวปเมื่อเราจะลงผลงานใหม่เท่านั้น. นั่นหมายความว่าถ้างานใหม่ยังไม่มีอย่าริจะเปิดเวปเชียวนะเฟ้ย. วิธีนี้จะทำให้เรามีความตื่นเต้นอยากทำงานให้เสร็จ ดีๆ ไวๆ เพื่อที่จะโพสและจะได้อ่านผลตอบรับของงานเก่าด้วย เป็นการบังคับตัวเองแบบตื่นเต้นไปในตัวเลยล่ะ. และยังช่วยให้เราไม่เสียเวลากับการกด F5 บนหน้าเวปทุก 5 นาทีด้วย.

6.เล่นงานอดิเรกที่ชอบ – ข้อนี้คือ อะไรก็ไำด้ที่ชอบ วางปากกา ดินสอ ลง แล้วออกไปลุย ไปทำเลย อย่านั่งรอ ไม่ว่าจะ อ่านหนังสือ, ปลูกต้นไม้, ขี่จักรยาน, เขียนบทความ, ชงกาแฟ, ต่อกันดั้ม, และอื่นๆ ตามแต่ใจที่เรียกร้องไปเลย แต่ไม่ใช่สักแต่ก้มหน้าก้มตาทำนะ ต้องมีความสุขด้วยล่ะอย่าลืม. ส่วนตัวผมชอบต่อกันดั้ม เอาตัวเก่าๆมาโมลงสีใหม่สนุกมากๆ แถมได้เทคนิกความรู้ใหม่ๆทุกครั้งด้วยล่ะ.

7.เอาของเล่น ของชอบ มาวางใว้หน้าโต๊ะทำงาน – อันนี้กิเลสล้วนๆ ทั้งนี้ก็สามารถช่วยลดความตึงเครียดในพื้นที่ทำงานได้เยอะนะ ยกตัวอย่าง ที่หน้าคอมบนโต๊ะทำงานผมจะมีกันดั้ม 1/144 วางอยู่ หลายครั้งที่ผมเริ่มเครียด ก็จะจับมาบิดแขนบิดขานิดๆ หน่อยๆ บินไปมา คุณรู้มั้ยล่ะว่า มันคลายเครียดมากๆเลย แค่จับโพสใหม่นิดเดียวก็ทำงานต่อสบายๆเลย บางครั้งยังอยากรีบทำงานให้เสร็จเพื่อจะได้มาเล่นเจ้านี่ด้วยซ้ำไป. บางครั้งเพื่อร่วมงานอาจจะมองแปลกๆแต่อย่าได้ แคร์ กุ เล่น แต่งาน กุ เสร็จ จะทำไม.

8.ฝึกตน หรือ ปรับเปรี่ยนพฤติกรรม – มนุษย์เรานั้งเบื่อง่าย หากทำอะไรซ้ำๆทุกๆวันเพราะงั้นลองเปลี่ยนดูสิ อย่าง ทานกาแฟ ก็งดทาน เล่น เฟสก็งดซะ รับลองเลยว่าเราจะมีเวลาใหม่ เห็นอะไรใหม่ๆเยอะแยะมากมายเลย. ชีวิตมันจะได้ไม่จำเจยังไงล่ะ.

9.อย่าสนใจว่าเพื่ออะไรแคร์แต่เพื่อตัวเองก็พอ – ง่ายๆคือ “มรึงยุ่งอะไรกับชีวิตกู” จะไปแคร์คนอื่นทำไมในเมื่อคนอื่นไม่ได้แคร์เราและเรายังไม่ได้แคร์ตัวเราเอง แต่เมื่อเรารอดแล้วเราค่อยช่วยเหลือคนอื่นนะจ๊ะ

 

โดยรวมๆวิธีแก้อาการ ART BLOCK ก็น่าจะประมาณนี้แหละใครถูกใจอันใหนก็เอาไปใช้กันโลด มาหายจากอาการ ART BLOCK กันเถอะทุกคน

เขียนโดย

ชัย – คนตัวใหญ่ในโลกใบใหญ่ @ 2015 03 11

 

[Review] Venom Snake - Play art kai

posted on 09 Mar 2015 15: