ว่าด้วยแผลร้อนใน หรือแผลในปาก

ทุกวันนี้มีหลายๆคนที่เป็นแผลร้อนในๆปากกันมากบางคนก็เป็นนิดเดียวบางคนก็เป็นทีเยอะทั้งปากก็มี แล้วก็รักษาไม่หายโดยไม่รู้สาเหตุ ผมเองก็เป็น หนึ่งในคนที่เป็นแผลร้อนใน
แบบเรื้อรังคือเป็นๆหายๆพอจะหายก็ขึ้นมาอีกจนมานุ่งทำวิจัยว่ามันเพราะอะไรกันและมันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเป็น ผมก็จำแนกได้หลายสาเหตุดังนี้

1. ความเครียด เวลาคนมีความเครียดแล้วจะทำให้นอนไม่หลับแล้วร่างกายก็มีความร้อนสูงขึ้นด้วย

2. ไวรัส หลายๆคนอาจจะงงมันเป็นไปได้ด้วยเหรอ เป็นไปได้ครับ ถ้าเป็นแผลร้อนในแล้วไม่หายนานๆก็มีสาเหตุในส่วนนี้อยู่ด้วย ต้องทานยาช่วยรักษา ถึงจะหายได้ ยามีชื่อ ว่า ไวเริม แผงนึงมีห้าเม็ด เพราะวันนึงต้องทานห้าครั้ง ชื่ออาจจะไม่น่าทานแต่ว่ามีสรรพคุณที่ดี

3. สารให้ความหวาน อันนี้เกี่ยวกับคนที่เป็นภูมิแพ้ บางคนอาจแพ้โดยไม่รู้ตัวแล้วได้ทานเข้าไป ของประเถทนี้ก็อย่างเช่น พวก อีคั่ว บ้านเรา นอกจากทำให้เกิดอาการแพ้ ถ้าทานเป็นจำนวนมากยังทำให้เกิดมะเร็งได้อีก ระวังพวก อาหารประเถท 99% fat free ด้วยก็ดีเพราะอาหารประเภทนี้จะใช้สารหวานแทนน้ำตาล

4. สิ่งสกปรก บางคนอาจนำสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคเข้าปากโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะทางมือทางช้อน ทางมือก็เช่น เอามือไปจับที่ต่างๆแล้วมาเช็ดปากมั่ง ทางช้อนก็อย่างเช่นศูนย์อาหารต่างๆ ที่หม้อต้มช้อนจริงๆแล้วมีเชื้อโรงหลายๆตัวว่ายกันอยู่ในหม้อ พอเอาช้อจุ่มไปมันก็จะตามขึ้นมา พอเราทานอาหาร โอ้ เชื้อโรคแหวกว่ายในปากเต็มเลย แค่คิดก็สยองแทนแล้ว

5. ทานแล้วไม่ล้างปาก สิ่งนี้หลังจากทานอาหารหรือขนมแล้วควรจะบ้วนปาก เพื่อ ล้างให้สะอาด อาหารจะได้ไม่สะสมในช่องปากเพื่อไม่ให้เกิดเชื้อโรคจากการหมักหมมได้

6. ไม่แปรงฟัน อันนี้สำคัญมากๆเพราะทุกวันนี้บางคนโตแล้วก็ยังไม่ชอบแปรงฟัน ทำให้ปากเหม็น เพราะไวรัส แล้วยังทำให้เกิด การเสียสุขภาพทางช่องปากอีกด้วย

สุขภาพทางช่องปากถึงจะเห็นว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยแต่ว่ามีผลต่อร่างกายมากกว่าที่หลายๆคนคิด เพราะ มีผลเรื่องอารมณ์ ด้วยหากปากเจ็บก็ไม่อยากคุยกับใครก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่จะทำให้เครียดหนักด้วยนี่สิ ซ้ำร้ายบางทีก็มีผลถึงประสาทตาและจมูกได้ เพราะสามส่วนนี้มันมีผลกระทบต่อกัน

มารักษาสุขภาพทางช่องปากกันนะครับผม

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำทุกคำแนะนำ โดยเฉพาะ คุณแพทย์แผนไทยค่ะ ได้ความรู้ของสาเหตุ และวิธีรักษา และยาแก้ไข้ตราเอ ได้ผลดีมากค่ะ

#47 By แจน (180.183.20.136) on 2012-01-10 21:55

ตัวยานี้ดีมาก ของ sato pharmaceutical (รูปช้างน้อย) คล้ายๆกัน เคนเนลอค แต่ว่าดีกว่า เพราะตัวยาจะไม่แห้งทำให้เหงือติดเหงือ และก็หายไวกว่ามาก ลองดูแล้ว
แต่ก่อนใช้ยาจีน ผงเขียวๆ แต่ว่าหลังๆดื้อแล้วมั้ง หรือว่าเชื้อมันแรงขึ้นก็ไม่รู้ ใช้ยี่ห้ออื่นก็ไม่ได้ผล พี่จากญี่ปุ่นส่งมาให้ตัวนี้ยาทาแผลในปาก จาก sato หยุดเลย วันเดียวก็ดีขึ้นแล้ว 2-3 วันหายสนิท

#46 By ceen (58.8.204.140) on 2010-09-02 15:35

ว๊ากกก กำลังเปนพอดี
เจ็บโคตร แต่ของเราถึงจะเปนครั้งละแผล ก้ไม่บ่อย
แต่แปลก ตรั้งที่เปนมันจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนประมาณสัก เกืบ 5มม แนะ เพื่อนยังตกจัยเลย ก้เข้าดูในเว็บ เค้าบอกว่าให้ ทาเกลือ 2วันหาย จะใหญ่ขนาดไหนก้ตาม แต่ขอบอกไว้เลยว่า โคตรแสบ!!!!!! ใช้วิจรณา นะจ๊ะ

#45 By M&M (118.172.129.211) on 2010-05-12 19:52

เรา จัดฟันอะ
ร้อนในนิเป็นมากจนเซ็งอ่า...

พอหายเเล้วก้เป็ฯใหม่..
sad smile

#44 By ฟันเหล็กเด็กแนว (180.183.67.196) on 2009-11-27 23:18

ดิฉันเครียดจนงานหนัก ปวดก้อตา ก้อเป็นแผลร้อนใน 2 รูใหญ่ ปวดก้อปวดมาก ปวดหัวด้วย ก้อหูอื้อ

#43 By ปวด (115.67.87.197) on 2009-11-07 22:42

ขอเพิ่มเติมค่ะ อีกสาเหตุ คือ แปรงสีฟันคอลเกตรุ่น 360 องศา ที่มีแปรง 2 ด้าน แปรงกระพุ้งแก้ม เพดานปากอะไรนั่นน่ะค่ะ คือ แปรงได้จริง ๆ แปรงลิ้นนี่ดีมาก ๆ แต่ว่าดิฉันแปรงกระพุ้งแก้มของดิฉันทุกมุมจนตอนนี้มันแหกหมดแล้วค่ะ ตอนนี้มีมีแผลร้อนในทั่วกระพุ้งแก้มทุกมุม/ด้าน ทรมานมาก ๆ ค่ะ ไม่ใช้อีกแล้วแปรงรุ่นนี้ แบน!

#42 By พลอย (125.24.139.46) on 2009-10-07 15:36

เป็นมานานแล้วไม่เคยหายเลย ออกกำลังกายประจำ น้ำก็ดื่มเยอะ แต่เค้าว่ากันว่าถ้าไม่ถ่ายประจำจะเป็นคงจะจริง พยายามสังเกตตัวเองนะจ้ะ จะได้ป้องกันถูกที่ถูกทาง

#41 By kaew (117.47.162.220) on 2009-10-04 19:53

แผลในปากเกิดได้จาก 2 สาเหตุนะครับ

1. เป็นแผลร้อนในเนื่องจาก พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มน้ำน้อย หรือร่างกายอ่อนแอซึ่งทางการแพทย์ก็ยังหาสาเหตุที่แน่นอนหรือชัดเจนไม่ได้ วิธีแก้ใขคือ ให้ทานน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และ แปรงกันให้สะอาด รวมทั้ง ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน ของทอด หรืออาหารรสจัด ในรายที่มีอาการมากอาจใช้ยารายละเอียดตามเว็ปไซค์นี้ ซึ่งยานี้ห้ามใช้กับผู้ที่เป็นแผลในปากจาก สาเหตุที่ 2 หรือผู้ที่เป็นโรคเริม
http://www.yaandyou.net/search2_web.php?nsetid=3958&tradename=Trinolone%20-%20kids%20oral%20paste&dosageform=&gen_name=t

2. เกิดจากเชื้อเริมซึ่งถือว่าเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งโดยการรักษาจะต้องทานยาหรือพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อตามเว็ปไซค์ข้างล่างนี้

http://www.siamhealth.net/public_html/Health/Photo_teaching/herpes_simplex.htm

#40 By MoChiMoChi (118.173.149.225) on 2009-08-11 02:15

เป็นๆ หายๆอ่า

รำคาญมากเลย

เพราะเวลาพูดจะเจ็บ

ยิ่งใส่เหล็กดัดฟันน่ะ

โหห เคยเลือดไหลที่แผลด้วยอ่า

เจบมาก ช่วงนี้เวลาพูดทีต้องดึงกระพุ้งแก้มเลยอ่า

แล้วถ้าเปนแทบทุกเดือนเลย

เริ่มจาชินชา - -\"

#39 By 123 (58.9.176.162) on 2009-07-08 08:42

รายละเอียดของ ยาแก้ร้อนใน แก้แผลร้อนใน

http://www.brand-a.com/02Products/02antipyretic.html

#38 By พท. (125.26.107.56) on 2009-06-02 04:13

ร้อนในมีหลากหลายอาการ เช่น เหงือกบวม เจ็บคอ แผลร้อนใน และอื่นๆ
อ่านรายละเอียดและวิธีรักษา รวมถึงข้อควรปฏิบัติได้ใน
http://www.brand-a.com

#37 By แพทย์แผนไทย (125.26.107.70) on 2009-04-07 20:01

ทาน เฉาก๊วยเยอะ ช่วงที่เป็น

ไม่กี่วัน อาการดีขึ้นแน่นอน

#36 By เป็นบ่อย (124.121.2.156) on 2009-03-19 15:38

ใช่ครับเหมือนกันเจ็บมาก

#35 By (222.123.18.90) on 2009-03-18 19:32

ขอบคุนค๊าบ

#34 By ปลั๊ก (58.10.87.84) on 2009-03-17 10:19

เซ้งจัง ชีวิตผูกติดกับแผลร้อนใน เป็นทุกเดือน ทีละหลายๆ แผล ตอนนี้ยังเป็นเริมที่หลังอีก ไม่รู้เป็นได้งัย งง กำลังรักษาอยู่

#33 By ลาล่า (58.9.96.62) on 2009-03-13 16:55

วิธีรักษาแผลร้อนใน ดูได้ที่ www.brand-a.com

#32 By แพทย์แผนไทย (125.26.109.103) on 2009-02-05 00:37

เป็นตลอดเลย เดือน1เป็น3-4ครั้งกลัวจะเป็นอย่างอื่นทั้งๆที่แปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อกินยาแผนโบราณเหมือนกัน เป็นๆหาย น่ารำคาญ และกังวลเหมือนกัน

#31 By ฟ้า (118.172.105.223) on 2009-01-06 22:45

ขอบคุณ

#30 By ปีศาจ on 2008-12-23 11:33

เป็นทั้งปากเลย พอหายก็มาเป็นอีกไปหาหมอหมอถึงกะตกใจเลย

#29 By รมิตา (125.26.25.154) on 2008-12-05 22:35

แผลร้อนใน Aphthous ulcer
เป็นแผลเล็กๆพบมากที่ริมฝีปากด้านในหรือกระพุ้งแก้มหรือบริเวณลิ้น
แผลจะเริ่มจากตุ่มเล็กๆแล้วกลายเป็นวงและมีขนาดใหญ่ขึ้น ตรงกลางจะมีเยื่อสีขาวบางๆ
ขอบจะบวมแดงและมีอาการปวด ขนาดอาจจะมีขนาดเล็กจนถึงเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งนิ้ว บางรายอาจจะขึ้นตำแหน่งเดียว
แต่บางรายอาจจะเกิดหลายตำแหน่งพร้อมๆกัน บางรายแผลเก่ายังไม่ทันหายแผลใหม่ก็มาเกิด
จะเจ็บมากเมื่อไปโดนถูก คนจีนแต้จิ๋ว เรียกว่า "แซชือ" แต่ถ้ามีการปูดเป็นก้อนที่ด้านข้างของเหงือก
เรียก "ผู่คีเปา" หรือบางครั้งตุ่มเล็กจะไม่กลายเป็นแผลแต่จะปูดเป็นตุ่มใหญ่ขึ้นมาบริเวณใต้ริมฝีปากด้านใน

สาเหตุ จริงๆแล้วแผลร้อนในก็เกิดจากร้อนในโดยไม่ได้เกิดจากเชื้อใดๆ แต่จะเกิดกับผู้ที่มีภาวะหยินพร่องจะมีอาการร้อนในได้ง่าย
เมื่อร่วมกับการนอนดึกหรืออดนอน จะทำให้ร้อนใน ในส่วนของกระเพาะจึงแสดงออกมาเป็นแผลร้อนใน
บางรายอาจจะมีอาการเจ็บคอและเป็นไข้ร่วมด้วย เพราะร้อนในในส่วนอื่นด้วย

ร้อนในมีหลากหลายอาการแล้วแต่ว่าจะเกิดกับอวัยวะส่วนไหน เช่น เส้นที่คอตึง ตกหมอน มีขี้ตา ตาแฉะ มีเสมหะ ไอ เจ็บคอ ต่อมทอลซินอักเสบ
ปากเป็นแผลร้อนใน เหงือกบวม ลิ้นแตก ท้องผูก อุจจาระแข็งและดำ(โดยที่ไม่ได้มีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร)
บางทีก็ร้อนในในหลายส่วนพร้อมกัน ทำให้ ครั่นเนื้อ ครั่นตัว เป็นไข้ รวมถึงเป็นต้นเหตุของอาการไข้หวัด เพราะเมื่อร้อนใน ภูมิต้านทานก็ลดลง
อาการเหล่านี้แต่ละคนจะไว(Sensitive)ไม่เท่ากัน เนื่องจากดุลยธาตุ(หยิน-หยาง)ของแต่ละคนไม่เท่ากัน

เหตุที่อธิบายได้เช่นนี้ เพราะเราเป็นคนที่ร้อนในบ่อยมาก และช่วงที่เป็นเด็กการร้อนในแต่ละครั้งจะมีอาการหนักมาก
โดยจะเริ่มเจ็บคอ ต่อมทอลซินอักเสบ และเป็นไข้ ปวดเมื่อยตัว เวียนศีรษะ มีแผลร้อนใน ด้วยความที่คุณพ่อมีความรู้เรื่องยาสมุนไพรจีน
แต่เชื่อมั่นในการรักษาแบบปัจจุบัน เจ็บป่วยเมื่อไร ก็พาไปพบแพทย์ แต่กว่าจะหายต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์
เมื่อไม่สบายหนักคุณพ่อจึงออกตำรับยาแล้วไปซื้อมาต้มให้ดื่มกิน ผ่านไปประมาณ 1 ชม. อาการก็เริ่มดีขึ้น เพียงแค่1-2วันก็หายเป็นปกติ
จากนั้นจึงสนใจศึกษาและใช้ยาสมุนไพร แล้วจึงศึกษาต่อทางด้านแพทย์แผนไทย กระทั่งได้มาผลิตยา

วิธีรักษาแผลร้อนใน
-เลี่ยงอาหารที่ทอดน้ำมัน หรือขนมบางอย่างเช่น คุ้กกี้ ขนมกรอบๆ ผลไม้เช่น ลำไย ทุเรียน เงาะ ขนุน
-นอนหลับให้เต็มที่ ดื่มน้ำให้มาก
-รับประทานยาแก้ไข้ ตรา เอ สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ร้อนใน เป็นยาแผนโบราณชนิดตอกเม็ด
บรรจุแผงอลูมิเนียมฟอยล์(Strip pack)เพื่อป้องกันความชื้นและบรรจุในกล่องกระดาษสีเขียว(ขึ้นทะเบียนยากับอย.แล้ว)
เพราะยาแก้ไข้ ตรา เอ จะแก้อาการร้อนในได้ดี และมีการเสริมธาตุหยิน จึงทำให้แผลร้อนในหายได้เร็วภายใน1-2วัน
ถ้าหากว่าเริ่มเป็นแผลร้อนใน เพียงรับประทานยา 1-2 มื้อ ก็ทำให้แผลนั้นหายไป

สามารถโทรศัพท์สอบถามหรือสั่งซื้อ ยาแก้ไข้ ตรา เอ ได้ที่เรืองแผนไทยเภสัช 081-876-6094

อาจดูเป็นการโฆษณา แต่สำหรับคนที่เป็นอยู่และหายยาก นี่เป็นวิธีที่ช่วยได้

#28 By แพทย์แผนไทย (125.26.107.32) on 2008-11-14 23:50

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะ

#27 By (222.123.85.56) on 2008-10-25 13:55

ขอบคุณ สาเหตตรวงตัวดี อิอิ...*-*-*-*

#26 By (115.67.77.46) on 2008-10-21 20:34

ผมก็เป็นเหมือนกัน เป็นเกือบทุกอาทิตย์ เป็นทีนึง ก็ประมาณ อาทิตย์กว่าถึงจะหาย เคยเอายาแบบเป็นคอลาเจน มาแปะไว้จะทำให้เย็นไม่แสบ
สาเหตุคิดว่าน่าจะมาจากความเครียด อาหารไม่ย่อย

#25 By ไมเคิล (202.29.57.211) on 2008-10-20 11:39

ตอนนี้ผมเป็นเต้มปากเลยครับ ไม่มีช่องว่างเลย

ทรมารมาก แต่มีอีกวิธีนึงที่ทำให้พอทานอาหารได้

คือ บ้วนปากด้วย ลิสเตอรีน อ่ะครับ สีฟ้านะ

มันจะเจ็บมากๆ ตอนแรก อมไว้สักพัก

พอ ปล่อยทิ้ง เหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์ยังไงยังงั้น

นี่อาจไม่ใช่วิธีรักษานะครับ

แต่ ว่ามันจะทำให้ปากชา และสามารถ รับประทานอาหาร

ได้มากขึ้น และจะทำให่ร่ายกายแข็งแรง

แผลก็จะหายไปเองครับ

ปล. ผมเป็นบ่อยมาก และส่วนมากใช้วิธีนี้

ลองดูกันครับ

และโปรดใช้วิจารณญาน ในการตัดสินใจทำด้วยนะครับ

เดี๋ยวจะหาว่าหลอกกัน ลองดูครับ ทนเจ็บแปบเดียว

#24 By J_Z-VIPER@hotmail.com (114.128.22.20) on 2008-10-14 18:01

เป็นอยู่
เซงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เรื้อรังซะด้วย
แงๆๆๆ

#23 By 111 (58.8.98.216) on 2008-10-09 19:23

big smile

#22 By (118.175.171.12) on 2008-09-25 13:47

คือว่าตอนดีหนูเป็นอยู่เลยค่ะ

มันเป็นมาก่อนหน้านั้นประมาณ 1 สัปดาห์แล้วก็หายนะคะ อีกสองวันต่อมามันเป็นอีกแล้วค่ะ

หนูทายาป้ายปากแล้วก็ยังไม่หายเลยค่ะ

หนูเครียดนะเนี่ย ไม่รู้ว่ามันร้ายแรงมากมั้ยคะ

ทานอาหารไม่ค่อยอร่อยเลยค่ะ เจ็บแผล

หนูเป็นตั้ง 2 แผล เกือบ 3 มิลแล้วมั้งคะ

ส่ง e-mail มาแนะนำหนูหน่อยนะคะที่ aum_102@hotmail.com

ขอบคุณมากเลยค่ะ

#21 By LLA (124.157.237.17) on 2008-09-08 22:14

ตอนนี้เราก้อเป็นอยู่4-5 แผล เป็นๆหายๆ

เดือนละประมาณ 2 ครั้ง หรือมากกว่านั้น

กังวลมาก กลัวว่าจะเป็นโรคอะไร

เหอๆ ...

เซงมากเลยเวลาเป็น

มันผุดมาเอง กัดก็ไม่ได้กัด

-*- เซงๆๆๆ

#20 By ... (58.137.99.77) on 2008-08-31 13:16

เป็นทุกเดือน เดือนละครั้ง-2ครั้ง สาเหตุแค่กินอาหารแล้วกัดโดนปากตัวเอง เป็นที ใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อย เป็นร่วม2อาทิตย์ แสบเจ็บ ทรมานสุดๆ กินข้าวไม่ได้ อารมณ์ไม่ดีเลยพาลไปหมดในระหว่างที่เป็น

#19 By โรคประจำตัว (58.147.32.84) on 2008-08-22 21:42

เป็นแผลในปาก หัวลูกโดน แล้วเลือดออกเป็นแผลตรงข้างในปากด้านหน้า เจ็บมากเลยเป็นหลายวันแล้วไม่หายสักที ทามไงดีล่ะค่ะจะได้หายเร็วๆทรมานมากๆๆๆๆๆ

#18 By อยากทราบ (203.146.149.148) on 2008-08-19 16:17

เป

#17 By (125.25.45.67) on 2008-07-14 13:57

ถ้ายังเป็นไม่มาก มีคนแนะนำให้ไปซื้อยาทาแผลในปากชื่ออะไรจำไม่ได้ จำได้แต่เพียงกล่องสีเหลืองมีรูปฮิบโปอ้าปากกว้างอยุ่หน้ากล่อง บอกเภสัชได้เค้ารู้จัดดีแต่ราคาจะแพงว่าตัวธรรมดาเท่าต่อเท่าเลย ประมาณ 75-85 บาท/หลอด อย่าลืมดื่มเยอะๆ,ทายาก่อนนอน,แล้วรีบนอนเร็วๆๆ แผลหายแน่นอน แต่ถ้าเป็นมากคงต้องใช้ยากินช่วยนะ

#16 By (203.156.80.217) on 2008-05-02 14:35

#15 By (58.9.228.216) on 2008-04-29 16:05

เรากินยาแก้ไข้แก้ร้อนใน ตรา เอ อะ เคยซื้อจากร้านสมบูรณ์โอสถ ใกล้ที่ว่าการกทม. ไม่กี่ชั่วโมงก็หายเจ็บ อีกวันก็เริ่มหายแล้ว ซึ่งเราว่า แผลร้อนใน ก็เกิดจากร้อนในหล่ะ เวลากินของทอด แล้วพออดนอนหน่อยก็เป็น เจ็บมากๆ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเป็นแล้วหลังจากกินยา แล้วก็ลดการกินของทอด

#14 By กุ๊ก (118.174.48.50) on 2008-04-19 17:18

#13 By (58.9.147.8) on 2008-03-12 19:47

เป็นร้อนในมาเกือบเดือนแล้ว กินยาขมหมดเป็นกล่องก็ไม่หาย ก็เลยรู้สึกหงุดหงิดตลอดเวลาเลย แย่จังangry smile

#12 By อิมจิ (210.203.169.138) on 2008-03-12 17:22

ดื่มน้ำมากๆๆ แล้วลองใช้สมุนไพรบ้วนปากยี่ห้อ
เกรทวอล ดูซิ อมไว้สัก 5 นาที แล้วบ้วนออกมา ถ้าเห็นเหมือกสกปรกๆไม่ต้องตกใจนะ ของในปากเอง อมบ่อยๆ ยิ่งหายเร็ว ไม่แสบปากด้วย ของเขาดีจริงๆอยากแนะนำ ขนาดเหงือกเป็นหนองแค่2-3วันยังดีขึ้นเลย

#9 By จีจี้ (58.64.54.39) on 2007-08-01 21:26

อมน้ำเกลือจ้ะ หลังจากอมเสร็จก็กลืนไปเลย รับรองแผลหายภายใน 2 วัน แถมไม่มีอาการแสบแผลด้วย

#8 By JIRA (203.172.33.119) on 2007-05-22 16:34

ผมไม่ค่อยเป็นแฮะ... โชคดีไป

#7 By โก๋สิจ๊ะ on 2007-04-10 20:30

#6 By Pratongnoy on 2007-04-04 21:23

เราเป็นเพราะว่ากัดปากตัวเองเลือดสาด ... เป็นเเผล เเล้วก้ไม่หาย ..ประมาณนั้น
ไม่เคยเเบบอยู่ดีๆก็เป็นซักที

เเล้วเเบบนั้นเค้าเรียกร้อนในป่าวหว่า...

#5 By KusaYoshi on 2007-04-04 14:21

กรี๊ดดดด
กำลังเปนอยุเรย
ช่วงนี้เครียดจน ตัวร้อนมั่กๆ!

#4 By ★๐Zerellenz๐★ on 2007-04-03 21:30

หุหุ เหมือนคุณหมอเลย น้าค้า~
ไม่เคยเป็น เเต่สงสัยว่าสาเหตุมาจากอะไร ขอบคุณนะคะ

#3 By Menamarea on 2007-04-03 20:57

เคยกินยาไวเริมครับ
รูปร่างประมาณ 6 เหลี่ยม
เกลียดจริงๆ ไวรัสโจมตีร่างกายเนี่ย
แต่ก็ใช้ Norton ซะหรอก

#2 By seenam on 2007-04-03 20:01

รักษาสุขภาพนะ

#1 By Pratongnoy on 2007-04-03 19:36