*หมายเหตุ เขียนจากความคิดเห็นส่วนบุคคล อาจจะมีการแก้ไขในภายหลัง*

ผมเองเป็นคนนึงที่ชอบอ่านการ์ตูน ดู การ์ตูน จะเรียกได้ว่า เป็น โอตาคุก็ไม่ปาน เพราะเท่าที่จำได้ก็อยู่กับการ์ตูนไม่ต่ำกว่า 20 ปี แล้วแน่นอน(ทั้งอ่านทั้งดู ถ้าวาดก็เกือบ 10 แล้วล่ะ)

ผมเองก็ไม่ได้เน้นว่าต้องอ่านแต่การ์ตูน ญี่ปุ่นอย่างเดียว ทั้ง จีน เกาหลี อเมริกา ไทย ผมก็ซื้ออ่านหมด แต่ถ้าเปรียบเทียบแล้วผมซื้อการ์ตูนไทยเรียกได้ว่านับเล่มได้เลย (จะว่าไปก็มีที่เก็บและชอบ ก็ ซีเคร็ดเอเจ้น โจ ตัวอะไรไม่รู้เท่ดีจริงๆ)

เพราะอะไรน่ะเหรอ ถ้าอยากอ่านต่อ กด Ctrl+A [edit] เพื่ออ่านเพราะว่าที่จะเขียนต่อจากนี้อาจจะทำให้หลายๆคนไม่พอใจอย่างแรงก็เป็นไปได้ ถ้าไม่อยากอ่านก็ข้ามไปคอมเม้นเลยจ้า

เรื่องของเรื่องคือซื้อมาไม่คุ้ม เพระอะไรถึงไม่คุ้ม เพราะมันไม่สนุกเลยนั่นเอง

ที่สำคัญนั้นไม่รู้เรื่องด้วยว่าอะไรคืออะไรมาจากใหน ส่วนมากเหมือนนักเขียน วาดแบบเน้นเอาตัวเองเข้าว่าคนอ่านรู้เรื่องมั้ย ไม่สนใจแต่สะใจตัวเองวาดใว้ก่อนแล้วผมเองก็ไม่รู้ว่ามันออกมาหลายเล่มได้ยังไงเพราะอ่านไปครึ่งเล่มแทบจะปาทิ้งแต่ต้องอ่านเพราะเสียดายเงิน(รู้สึกแย่มากๆ) การ์ตูน ญี่ปุ่นเองก็มี แต่จะเป็นส่วนน้อย. ที่ มีอ่านยากแล้วดังก็อย่างของค่าย CLAMP แต่อย่างน้อยก็ไม่มั่วมาก. แต่การ์ตูนที่คนไทยวาดเรียกได้ว่า เกือบ 80 เปอร์เซ็นเลยที่อ่านไม่เข้าใจ

ความต่อเนื่อง บางเรื่องออกมาขาดๆหายๆไม่ทันไรก็ย้ายค่ายไปมา แล้วก็พิมพ์ย้อนอีกไม่รู้ต่อกี่รอบ แถมราคาที่ขายก็เท่ากับการ์ตูน แปร แต่เล่มบางกว่ากันเยอะ. ทำให้ไม่อยากเก็บรวบรวม.

เรื่องซ้ำๆกัน อันนี้เห็นชัดสุดก็เรื่อง "ไกรทอง" เอามาเขียนกี่คน กี่ภาคแล้วก็ไม่รู้ (ทำเป็นละครดาวพระศุกร์ไปได้)ทีมเรื่องก็เหมือนๆเดิมต่างกันที่ภาพ แบบพอจะเปิดหน้าต่อไป ก็ เดาได้แล้วว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น.

เนื้อเรื่องไม่หลากหลาย อันนี้ผมว่านักเขียนได้อทิธิพลจากญี่ปุ่นมามาก(แล้วส่วนมากก็ไม่ยอมรับกัน) แนวที่เห็นเยอะที่สุดก็คงจะเป็น สวยน้อย กุ๊กกิ๊ก รักในวัยเรียน และอีกอย่างถ้าคิด เรื่องไม่ได้ ไม่ออก ก็เอา นิทานมาวาดโดยวาดตามเรื่องไม่ได้เปลี่ยนแปรงเลย(เศร้าอีกครั้ง) คือจะเอานิทานมาร่วมในเนื้อเรื่องผมเองก็ไม่ได้แอนตี้ แต่กลับชอบด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยเอามาแบบอ้างอิง หรือว่า ดัดแปรงก็ได้ไม่ใช่ลองแบบมาแบบ ท้องเรื่องทั้งหมด.

คุณภาพ อันนี้ผมว่าคนไทยสู้คนญี่ปุ่นได้นะ เพราะงั้นไม่มีว่าในหัวข้อนี้

อีกเรื่องใหญ่ๆเลย ถาษา ถึงคนเราจะพูดกันหยาบคาย แจกของลับ ว่าทอนกัน แต่ทำไมต้องเอาไปใช้กับการ์ตูน เป็น การลดระดับตัวเองนะ ตัวผมเองก็ไม่ได้ว่า ว่ามันไม่ดี หรือผมไม่พูดคำพวกนี้ แต่ว่าหากเลี่ยงได้ก็เลี่ยงกันเถอะ เพราะมันเลี่ยงกันได้ จริงๆ การ์ตูนแปรที่ผมอ่านมา นั้น ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คำหยาบคายทั้งๆที่การ์ตูนออกจะรุนแรง อย่างเช่น หุ่นเชิดสังหาร, จอมโหดกระทะเหล็ก, โรงเรียนลูกผู้ชาย และอีกมากมาย เพราะงั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องใช้คำพวกนี้เวลาเขียนการ์ตูนนิน่า หากจะบอกว่าเพราะไม่ถึงอารมเหรอ มันก็แค่คำแก้ตัวมากกว่านะผมว่า.

เขียนให้จบ อันนี้ขอร้องหลายๆเรื่องเลย เขียนเป็นเรื่องยาวแล้วเขียบนจบมั่งเถอะ มีหลายเรื่องที่เขียนจนจบแต่ก็เป็นส่วนน้อยจริงๆ อย่างน้อยจะตัดบทจบไปเลยก็ได้ แบบ จากนั้น 10 ปี หรือว่า แล้วเรื่องก็เป็นแบบนี้ต่อไป แล้วก็มีตัดจบอีกหลายๆแบบ แต่ไม่ใช่หายกันไปแบบดื้อๆเลย. อันนี้เซ็งมากๆขอบอกเลยล่ะ.

ที่จะระบายก็มีเท่านี้แหละจ้า ก็เป็นความคิดส่วนตัวนะ แต่ว่า อาจจะเอามาเพิ่มขึ้นเรื่องๆถ้าคิดได้อีก

ทั้งนี้ฝากนักเขียนหรือคนรู้จักนักเขียนที่เข้ามาอ่านด้วยว่า เวลาเขียนคิดถึงหัวอกคนซื้อมาอ่านมั่งเล่มนึงก็ไม่ถูกแล้วอ่านไม่รู้เรื่องเนี่ยคนจะยังอยากซื้ออีกมั้ย

ไม่ใช่ผมเองไม่อยากสนับสนุน หรือ อุดหนุน การ์ตูนไทยนะ แต่ว่า คุณภาพ(ความสนุก) มันยังไม่ถึงขนาดที่อยากอุดหนุนมากกว่า

วันนี้ขอตัว ล่ะ ขอรับ

Comment

Comment:

Tweet

มีทั้งสนุกและไม่สนุกคละกันไปง่ะsad smile

#36 By Razor (103.7.57.18|124.122.186.226) on 2013-01-30 14:13

ผมว่านะ คนไทย ทำอะไรก็เก่งหมดแหละ ไม่ว่าจะเป็นวาดรูป แต่งเรื่อง ลงสี ทำCG ทำอนิเมชั่น หรืออะไรต่างๆนาๆ แต่การสนับสนุนของประเทศไทย
น้อยยยยยยยยยยยยยยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

พราะมันน้อยขนาดนี้ คนที่เขาทำเก่งจริงๆ เขาก็ไปร่วมมือกับคนต่างชาติทำแล้วครับ ได้เงินเยอะได้เครดิตดี

ผมว่าถ้าหากคนไทยสนับสนุนเรื่องนี้มากขึ้น เช่นโดยการเพิ่มเงินเดือนให้คนทำCG อนิเมชั่น หรือเอาจริงเอาจังเรื่องเกี่ยวกับการ์ตูนคนไทยทำมากขึ้น ก็คงจะทำได้ดีนะครับ ผมขอยกตัวอย่างการ์ตูนไทยเรื่องหนึ่งที่ผมค่อนข้างชอบทีเดียว

มีดที่สิบสาม ผมว่าเป็นการ์ตูนที่วางโครงเรื่องใช้ได้เลยล่ะ ภาพก็สวยแต่อาจจะแข็งไปนิด แล้วก็ใช้ภาพซ้ำไปหน่อย(เกี่ยวกับเรื่องที่ผมพูดถึง) แต่ทีมงานเขา ผมว่าน่าสงสารมากนะครับ แล้วก็คงจะรักงานนี้จริงๆ

ทีมงานเขาทำด้วยกันหลักๆอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละครับ ผมไม่คิดว่าเขาทำเงินได้เยอะนักหรอกนะครับถ้าเทียบกับของญี่ปุ่น ผมว่าด้วยฝีมือของเขา เขาทำได้นะ ผมรู้ว่าที่มาบ่นๆนี่ก็ดูน่ารำคาญ แต่ผมอยากให้คนไทยพยายามช่วยกันครับ :)

พูดมากไปหน่อยขอโทษครับsad smile

#35 By คนอ่าน (124.121.175.21) on 2011-04-15 02:28

เป็นนักเขียนการ์ตูนคอมมิคไทยคนหนึ่งค่ะ เป็นแนวนอกสายหลักที่คนส่วนใหญ่ชอบ แล้วก็ไม่ใช่แนวขายไอเดียเลยเป็นมุมมืดไปแล้ว

จริง ๆ อยากให้คนอ่า่นชอบมั้ย อยากสิทำไมไม่อยาก แต่ความชอบของคนมีมากจะให้ทุกคนชอบเป็นไปไม่ได้เลย จริง ๆ บก. คิดแล้วคิดอีกที่จะให้นักเขียนเขียนอ่านออกมาเหมือนกันนะคะ แต่หลาย ๆ อย่างเรียกว่าไม่ถูกรสถูกแนวกันมากกว่า ทุกคนก็อยากทำงานการ์ตูนไทยให้มีคนนิยมกว่าการ์ตูนญี่ปุ่นทั้งนั้น แต่อุปสรรคหลาย ๆ เรื่องก็ทำให้ทำได้แค่นี้

เราก็ต้องพยายามต่อไป งานของคนไทยดี ๆ ต้องออกมาแน่ ๆ

#34 By D-faxtory on 2010-05-12 16:38

ขอขุดหน่อยนะครับ เอนทรีนี้นานมากแล้วนิ sad smile

การ์ตูน ผมก็เคยซื้ออยู่พักนึงตะก่อนของคนไทย
คือให้กำลังใจเค้าอ่ะ ตอนเด้กๆ ก็เคยฝันว่าอยากเป็น
คนวาดการ์ตูนอาชีพเหมือนกัน แต่ก็แค่ความฝัน
พูดถึงการ์ตูนไทย บางเรื่องก็ดี แต่สว่นมากลายเส้น
ยังเป็นแนวญี่ปุ่นอยู่เลยเนอะ แบบชื่อตัวละคร ฉาก
เป็นประเทศไทย แต่หน้าตายังกะญี่ปุ่น

#33 By Mr.P on 2010-05-08 19:06

การ์ตูนไทยยังสามารถพัฒนาไปได้อีกเรื่อยๆ
และการ์ตูนไทยจะไม่แพ้การ์ตูนของประเทศอื่นๆ
เพียงแต่ต้องอาศัย
เวลา
และ
ความอดทน

#32 By Tee C - Four (118.172.2.34) on 2009-07-06 22:07

big smile คลับ

#31 By oat (119.42.65.19) on 2009-06-10 15:25

อืมครับ

มันก็ใช่อย่างที่ว่า

แต่การ์ตูนไทยก็ต้องมีคนเริ่มต้น

ถ้าพวกเค้าไม่ทำแล้วใครจะทำ

ถ้าเกิดทำแล้วไม่มีคนซื้อ

คนไทยก็คงต้องซื้อการ์ตูนต่างชาติอ่านไปตลอด

มันก็ไม่ดีแน่

ผมเชื่อว่าการ์ตูนและนักเขียนการ์ตูนของไทย ยังสามารถพัฒนาได้อีกครับ

เพียงแค่ต้องการคนสนับสนุนเท่านั้น





#30 By น้ามชา on 2009-01-17 11:31

ซื้อไม่ซื้อไม่รู้ แต่ยืนอ่านจนจบเล่มแล้วหนี

#29 By การ์ตูน (125.27.113.66) on 2008-08-20 00:28

ค่ะสำหรับเราที่หลงเข้ามาแล้วลองอ่านที่ท่านเขียนไว้ เราว่ามันก็จริงนะคะ แต่เราจะอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่ แต่หลังๆมานี้เราลองเอาการ์ตูนเรื่อง 'มีดที่13'แล้วก็เรื่อง'อภัยมณีซาก้า' มาอ่าน แล้วรู้สึกว่า อาฮะคนไทยก็ทำการ์ตูนสนุกได้ แม้ว่าตอนแรกๆจะเรียกได้ว่าเนื้อเรื่องหลวมถึงขั้นเห่ยเลยก็ว่าได้

อย่างว่านั่นแหละค่ะเราว่ามันก็เป้นบางเรื่องใช่มะ ยังไงก่อนที่จะซื้อหรืออุดหนุนเราก็มีทางเลือกไม่ใช่เหรอ อย่างร้านเช่าหนังสือการ์ตูนก็มีเยอะมาก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อก็ลองเช่ามาอ่านดูก่อนสักเล่มสองเล่ม ถ้ามันไม่ดีก็ไต้องซื้อเราว่าวิธีนี้ดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ(สำหรับเราด้วนคนนึงเหอๆ)

#27 By khowphun_nira (58.137.54.133) on 2008-05-25 01:08

ระยะเวลามันต่างกันเยอะนะคะ ญี่ปุ่นเขาเริ่มมานานมากกกแล้ว เราเริ่มจริงจังไม่กี่10ปีนี้เอง แต่จะให้กลับไปวาดอย่างฟูจิโกะfฟูจิโอะก็ไม่ไหวน้า(แต่เรื่องเยื่ยมอ่านสนุก) ที่สำคัญทำไมฮิคุเห็นคนเก่งๆเยอะแยะเลย แบบว่าลงสีสวยเทพ ภาพก็งามไม่แพ้การ์ตูนญี่ปุ่น แต่ส่วนมากเขาไปทำงานเมืองนอกกันอ่ะคะ เมืองไทยรายได้มันไม่ค่อยดี แถมหาโอกาศดังค่อนข้างยากส์ด้วย

ป.ล.ลองไปซื้อcomic cludแฟนตาซีของบงกชมาอ่านดูนะคะ สนุกทีเดียว เส้นก็ถือว่างาม โดยเฉพาะblueเรื่องสุดท้ายประทับใจมาก ถ้าทำเป็นตอนยาวๆมีคุณภาพ เราจะซื้อมาเก็บทุกเล่มเลย เล่ม60บ. คุ้มค่ะ
ครับ การ์ตูน ไทย ยังไงก็ซื้อครับ

#25 By การ์ตูน (125.27.113.98) on 2008-05-02 01:29

ทุกอย่างต้องมีก้าวแรก สำหรับการ์ตูนไทยก็เช่นเดียวกัน กว่าจะเป็นสุดยอดได้นั้นก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ในเมื่อใจรักแล้ว อดทน และหมั่นฝึกฝนเข้าไว้สักวันจะเป็นวันของเรา

ไม่จำเป็นต้องพูดว่า "การ์ตูนไทยต้องช่วยกันสนับสนุน" (รวมถึงสื่ออื่นๆด้วย เช่นภาพยนตร์ ) ถ้าคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คนซื้อต้องการ เขาก็จะตัดสินใจเองว่าจะบริโภคมั้ย แรงสนับสนุนต้องมาพร้อมกับการพัฒนาฝีมือด้วย
อย่าหมดกำลังใจนะ นักวาดทั้งหลาย เหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติของการเริ่มต้น
ถือว่า คำติ เป็นอีกขั้นของบันไดสู่ความสำเร็จ
อย่าท้อแท้กับมันเลย

#24 By (58.9.44.160) on 2008-04-18 10:28

อันนี้ก็เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับความเห็นของผมมีอยู่ว่า
-การตูนไทยที่เห็นว่านำวรรณคดีไทยเก่าๆมาเขียนนั้น นักเขียนแต่ละท่าน โดยเฉพาะที่ดันบังเอิญเขียนเรื่องเดียวกันในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ก็คงพยายามคิดโครงเรื่อง การดำเนินเรื่อง คาแรคเตอร์และวิธีนำเสนอที่น่าสน